เรียนรู้ภาษาอังกฤษออนไลน์ด้วยตนเอง
  เรียนรู้คำศัพท์พื้นฐาน
  ไวยกรณ์/Grammar ภาษาอังกฤษ
  สำนวน ประโยค ภาษาอังกฤษ

เรียนรู้เรื่อง TENSE ง่ายๆ

29 ก.พ. 2559 เวลา 20:24 | อ่าน 17,540
Advertisement

Tense คืออะไร? แบ่งออกเป็นกี่ชนิด อะไรบ้าง? การเรียนให้เก่งเกี่ยวกับเรื่อง Tense ต้องเรียนตามขั้นตอนอย่างไร จงชี้แจงให้กระจ่างด้วย? Tense คือ “รูปแบบของกริยาที่แสดงให้ทราบว่า การกระทำหรือเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อไร ได้เกิดขึ้นมาแล้วหรือกำลังเกิดขึ้นในกาลข้างหน้า” แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ


เรียนรู้ TENSE อย่างง่ายๆ

การเรียนภาษาอังกฤษให้เข้าใจนั้น เราต้องรู้หลักทางภาษาเบื้องต้นเสียก่อน เปรียบดั่งมด ซึ่งมี 2 ส่วน หากแต่จะขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไป มดก็จะดำเนินชีวิต หรือเดินต่อไปไม่ได้ ดังนี้

1. คือส่วนหัว - เปรียบเป็นคำศัพท์ หรือ Vocabulary เราทุกคนก็ต้องเริ่มจากการเรียนรู้คำศัพท์ก่อน

2. คือส่วนหาง - เปรียบเป็นหลักไวยากรณ์ หรือ Grammar ยิ่งเราเรียนรู้คำศัพท์ หรือส่วนแรกได้แล้ว เราก็สามารถนำมาเรียงประโยค ได้อย่างถูกต้อง สวยงาม และเมื่อเราเขียนได้ เราก็สามารถประยุกต์ที่จะพูดในโลกแห่งความเป็นจริงได้

1) Present Tense ปัจจุบันกาล
2) Past Tense อดีตกาล
3) Future Tense อนาคตกาล
Tense แต่ละชนิดใหญ่ๆ ที่กล่าวมานี้ ยังแบ่งเป็น Tense เล็กๆ ไปอีกได้ 12 Tense ซึ่ง จะได้กล่าวในตอนต่อไป การเรียน Tense ให้ได้ผลและไม่สับสนนั้น ควรเรียนตามลำดับหัวข้อที่ 3 ดังต่อไปนี้คือ :-

1. จำชื่อ Tense ให้ได้ที่ภาษาอังกฤษและคำแปลเป็นภาษาไทย
2. เรียนรู้โครงสร้างของแต่ละ Tense ให้ได้อย่างถูกต้อง อย่าสับสน
3. เรียนรู้ความหมายของแต่ละ Tense ว่าใช้กับการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างกรรมต่างวาระกันอย่างไร?


1.1 การจำชื่อ Tense ให้ได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยนั้น ควรจำโดยอาศัยหลักเกณฑ์อย่างง่ายๆ ดังต่อไปนี้

..... Simple Tense คือ ธรรมดา

..... Continuous Tense คือ กำลังกระทำ

..... Perfect Tense คือ สมบูรณ์

..... Perfect continuous Tense คือ สมบูรณ์กำลังกระทำ


หมายเหตุ : จุดไข่ปลาหมายเลข 1 ให้เอาคำ Present, Past, Future เติมลงไปตามที่ต้องการ ส่วนจุดไข่ปลาหมายเลข 2 ให้เอาคำว่า ปัจจุบันกาล, อดีตกาล, อนาคตกาล ไปเติมใส่ แล้วให้ว่าภาษาอังกฤษพร้อมทั้งคำแปลเป็นภาษาไทยสลับกันไปมาเช่นนี้สัก 2-3 ครั้งแล้วในที่สุดท่านก็จะจำได้เองโดยอัตโนมัติ ขออย่างเดียวท่านอย่าขี้เกียจปฏิบัติตามคำแนะนำก็แล้วกัน


1.2 จำโครงสร้างของแต่ละ Tense ให้ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ เรื่องการจำโครงสร้างของแต่ละ Tense แต่ละคนมีวิธีการในการจดจำที่ไม่เหมือนกัน บางครั้งก็ยาวเกินไป จนจำไม่ไหว มีวิธีการจำโครงสร้างของแต่ละ Tense ง่ายๆ ดังต่อไปนี้

Present ปัจจุบัน
Simple = S + Verb 1 + ................
Continuous = S + is, am, are + Verb 1 ing + ...............
Perfect = S + has, have + Verb 3 + ................
Perfect conti. = S + has, have + been + Verb 1 ing + ...............


Past อดีต
Simple = S + Verb 2 + ................
Past Continuous = S + was, were + Verb 1 ing + ...............
Perfect = S + had + Verb 3 + ................
Perfect conti. = S + had + been + Verb 1 ing + ...............


Future อนาคต
Simple = S + will, shall + Verb 1 + ................
Continuous = S + will, shall + be + Verb 1 ing + ...............
Perfect = S + will, shall + have + Verb 3 + ................
Perfect conti. = S + will, shall + have + been + Verb 1 ing + ............


ตัวอย่างพร้อมคำแปลทั้ง 12 Tense
Present ปัจจุบัน

Simple He walks. เขาเดิน
Continuous He is walking. เขากำลังเดิน
Perfect He has walked. เขาได้เดินแล้ว
Perfect conti. He has been walking. เขาได้กำลังเดินแล้ว



Past อดีต

Simple He walked. เขาเดินแล้ว
Continuous He was walking. เขากำลังเดินแล้ว
Perfect He had walked. เขาได้เดินแล้ว
Perfect conti. He had been walking. เขาได้กำลังเดินแล้ว



Future อนาคต

Simple He will walk. เขาจะเดิน
Continuous He will be walking. เขากำลังจะเดิน
Perfect He will have walked. เขาจะได้เดินแล้ว
Perfect conti. He will have been walking. เขาจะได้กำลังเดินแล้ว



แบบฝึกหัด

ให้ทำแบบฝึกหัดข้างล่างนี้ โดยแต่ละประโยคให้แต่งพร้อมทั้งแปลมาให้ครบ 12 Tense
หากประโยคใดทำไม่ได้ขอให้ดูตัวอย่างประกอบ



1. She (speak) English wish her sister.
2. You (eat) rice in your house.
3. The dog (sleep) under the tree.
4. The students (play) football after school.
5. I (write) a letter in my room.
6. We (learn) English at school.


1.3 เมื่อได้มีการทำแบบฝึกหัดแล้ว ต่อไปก็จะอธิบายเรื่องการใช้ Tense ว่าในแต่ละ Tense นั้น ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกิดขึ้นต่างกรรมต่างวาระกันอย่างไร


อธิบายการใช้ Present Tense ทั้ง 4 Tense


Present Simple Tense มีวิธีใช้กับเหตุการณ์ได้ดังต่อไปนี้

(1) ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามความจริงของธรรมชาติ เช่น :-
The earth moves round the sun. โลกหมุนรอบรอบดวงอาทิตย์ The sun rises in the east. ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก เป็นต้น

(2) ใช้กับเหตุการณ์ที่เป็นความจริงตาม คำสุภาษิต คำพังเพย สุนทรพจน์ เช่น :-
Negligence is the part of death. ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย Honesty is the best policy. ความซื่อสัตย์เป็นนโยบายที่ดีที่สุด เป็นต้น

(3) ใช้กับเหตุการณ์ที่เป็นความจริงในขณะที่พูด (ก่อนหน้าที่จะพูดหรือหลังพูดไปแล้วจะไม่เป็นจริงเหมือนอย่างที่พูดก็ได้ แต่ที่แน่ๆ คือต้องเป็นจริงในขณะที่พูด) เช่น :-
He stands under the tree. เขายืนอยู่ใต้ต้นไม้ (เหลียวไปดูก็ยืนอยู่จริงๆ ยังไม่ทันเดินไปไหน) I have two books in the suitcase. ฉันมีหนังสือ 2 เล่มอยู่ในกระเป๋า (เปิดออกมาดูก็เห็นมี 2 เล่มจริงๆ ไม่ได้โกหก)

(4) ใช้กับการกระทำที่คิดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ส่วนมากมักจะใช้กับ Verb ที่ แสดงการเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง) และตามกฎข้อนี้ Present Simple Tense มีคำวิเศษณ์บอกเวลาที่เป็นอนาคตมาร่วมได้ เช่น :-
We leave tomorrow. พวกเราจะออกเดินทางวันพรุ่งนี้ The train arrives at the station early tomorrow. รถไฟจะมาถึงสถานีเช้าตรู่วันพรุ่งนี้ เป็นต้น

(5) ใช้กับเหตุการณ์ในกรณีสรุปเรื่องราวต่างๆ ที่เล่ามา แม้เหตุการณ์นั้นจะได้เกิดขึ้นแล้วในอดีตก็ตาม แต่เราก็แต่งด้วยประโยค Present Simple Tense ทั้งนี้ก็เพื่อให้เรื่องที่เล่านั้นมีชีวิตชีวาเหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน (ส่วนมากมักใช้ในการเขียนนิยาย เช่น :-

......Bassanio wants to go to Belmont to woo Portia. He ask Antonio to lend him money. Antonio says that he has not any money at the moment Until his ships come to port....... .......บัสสานีโอต้องการจะไปเบลมองต์ เพื่อเกี้ยวพาราสีกับนางเปอร์เชีย เขาขอยืมเงินกับอันโตนิโอ อันโตนิโอบอกว่า ขณะนี้เข้าไม่มีเงินเลย จนกว่าเรือของเขาจะเข้าเทียบท่าแล้ว (เขาจึงจะมีเงินให้ยืม)........

(6) ใช้กับเหตุการณ์ในประโยค Subordinate Clause (อนุประโยค) ที่บ่งบอกเวลาเป็นอนาคต ซึ่งประโยคของมันเองจะขึ้นต้นด้วยคำต่อไปนี้ :-

If (ถ้า) unless (เว้นเสียแต่ว่า) as soon as (เมื่อ,ขณะที่) until (จนกระทั่ง) before (ก่อนที่) whenever (เมื่อไหร่ก็ตาม) while (ขณะที่) เป็นต้น เช่น :- If you come here, we will tell you about that. ถ้าคุณมาที่นี่ เราจะบอกคุณเกี่ยวกับเรื่องนั้น As soon as he arrives, you can leave. เมื่อเขามาถึง ท่านก็ไปได้ เป็นต้น

(7) การกระทำของกริยาที่ทำนานไม่ได้ หรือกริยาที่แสดงการรับรู้ (Verb of perception)
ให้นำมาแต่งด้วย Present Simple Tense เท่านั้น เช่น :- Sumali loves her husband very much. สุมาลีรักสามีของเธอมาก (loves เป็นกริยาแสดงการรับรู้) I understand what you said. ผมเข้าใจสิ่งที่ท่านพุด (understand เป็นกริยาแสดงการรับรู้)

(8) ใช้กับเหตุการณ์ที่บุคคลหรือสัตว์ทำเป็นประจำโดยสม่ำเสมอ หรือทำเป็นกิจวัตรโดยมิได้ขาด ตามกฎการใช้ข้อที่ 8 นี้ Present Simple Tense มักจะมีคำวิเศษณ์ (Adverb) บอกเวลาที่เป็นความสม่ำเสมอมาร่วม ได้แก่คำต่อไปนี้ :-
Advertisement

Advertisement

17,540 views 


ดูเพิ่มเติม
Advertisement
 
ใหม่ บทความคุณภาพที่ควรรู้
เรื่องง่ายๆเกี่ยวกับ Article A, An และ The ที่นักเรียนไทยมักใช้ผิดเวลาสอบ
เทคนิคการเรียกชื่อสีในภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ
พูดอังกฤษอย่างไรให้สุภาพ
4 วิธีจำโครงสร้าง tense ทั้ง 12 และหลักการใช้ง่ายๆใน 3 นาที
พูดแสดงความเสียใจเป็นภาษาอังกฤษ
คำศัพท์อาการป่วยภาษาอังกฤษ
อาชีพภาษาอังกฤษ คําศัพท์ภาษาอังกฤษของอาชีพ มีอะไรบ้าง
120 บทสนทนา ภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว
IELTS
GED
จุฬาติวเตอร์
chulatutor
ดูเพิ่มเติม
ยอดนิยม ได้รับความนิยม/ค้นหา
การใช้ What Who When Where Why Which Whose How
รู้สึกนอยด์ อาการนอยด์ ไม่นอยด์ มันแปลว่าอะไร ไปดูกัน...
คำย่อในภาษาอังกฤษ
คำศัพท์หมวดเวลา วัน เดือน ปี ในภาษาอังกฤษ
การรับโทรศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ หรือพูดคุยกับคนต่างชาติผ่านโทรศัพท์
กริยารูปไม่ปกติ หรือกริยารูปพิเศษ (Irregular Verb)
แนะนำเว็บไซต์สำหรับเตรียมสอบ TOEIC
แนะนำเว็บไซต์เตรียมสอบ GED ฟรี !!
แนะนำเว็บไซต์ยอดนิยมจากทั่วโลกที่ใช้เตรียมสอบ IELTS
ดูเพิ่มเติม